อะไรที่เป็นสเต็มเซลล์ทารกที่แท้จริง

สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือ

Logo 12.png
blood sells.png
_DSC2864.jpg

สเต็มเซลล์ คือหนึ่งในกลุ่มเซลล์ที่มีศักยภาพสูงสุดในร่างกายมนุษย์ มักถูกเรียกว่า มาสเตอร์เซลล์ สเต็มเซลล์กระตุ้นการสร้างหรือพัฒนาไปเป็นเซลล์อื่นๆซึ่งเป็นองค์ประกอบในทุกๆ ส่วนของร่างกาย รวมทั้งซ่อมแซมฟื้นฟูเนื้อเยื่อและอวัยวะทุกส่วน

สเต็มเซลล์มีความสามารถเพิ่มจำนวนตัวเองและพัฒนาไปเป็นเซลล์ต่างๆ ในร่างกายมนุษย์มากกว่า 220 ชนิด ไทย สเตมไลฟ์ ให้บริการเก็บและฝากเซลล์จากเลือดสายสะดือหรือเป็นที่รู้จักในชื่อ เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (สร้างโลหิต) ซึ่งมีคุณสมบัติ เช่นเดียวกับสเต็มเซลล์จากไขกระดูกและกระแสโลหิต แต่มีความอ่อนเยาว์กว่าและง่ายกว่าในการพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นๆ

หน้าที่หลักของเซลล์เหล่านี้คือการเจริญเติบโตเป็นเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด แต่จากงานวิจัยล่าสุดพบว่าทั้งในเลือดสายสะดือ เนื้อเยื่อสายสะดือ เยื่อหุ้มรก ยังมีเซลล์อีพีซีซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดหลอดเลือด (เซลล์สำหรับสร้างเส้นเลือด) และเซลล์เอ็มเอสซี (สามารถเจริญเป็นกระดูก กระดูกอ่อน เซลล์ประสาท และกล้ามเนื้อ) ทำให้โอกาสนำไปใช้ไม่มีที่สิ้นสุด

สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือ

เลือดที่อยู่ในสายสะดือของทารกแรกเกิดเป็นหนึ่งในแหล่งของสเต็มเซลล์ผู้ใหญ่ที่สำคัญที่สามารถเก็บตั้งแต่แรกคลอดที่เรียกว่า สเต็มเซลล์เลือดสายสะดือ

 

ภายหลังจาการเก็บเลือดสายสะดือด้วยระบบปิดมาตรฐานนานาชาติสากลของเรา เลือดจะถูกส่งมายังห้องปฏิบัติการของเรา (ในกรุงเทพ ไม่ใช่ส่งไปห้องปฏิบัติการในประเทศที่ห่างไกลหรือต่างจังหวัดที่เสี่ยงน้ำท่วม) เพื่อเข้าสู่กระบวนการในห้องปฏิบัติการโดยเทคโนโลยีล่าสุดของ SEPAX จากนั้น

สเต็มเซลล์ที่ผ่านการคัดแยกจะถูกแช่แข็งในอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส ซึ่งจะหยุดกระบวนการทำงานภายในเซลล์ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดของสเต็มเซลล์ เลือกเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือลูกของคุณในกรุงเทพกับไทยสเตมไลฟ์ หลีกเลี่ยงความเสี่ยงเสียหายจากการสูญเสียความเย็นระหว่างการขนส่งออกนอกประเทศ

Asian chinese newborn baby girl and dadd

สำคัญกว่านั้น คุณรู้ว่าคุณสามารถติดต่อใครและคุณสามารถมาเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการของเราได้เสมอ เป็นการง่ายและปลอดภัยกว่าสำหรับคุณที่จะขอใช้สเต็มเซลล์ในยามจำเป็นในอนาคตโดยไม่ต้องส่งสมาชิกอันเป็นที่รักไปรับการรักษายังประเทศที่ห่างไกล กับคนแปลกหน้าที่มีวัฒนธรรมต่างกัน บริษัทเรายังมีถัง “Cryoshipper” ซึ่งเป็นถังสำหรับบรรจุสเต็มเซลล์ด้วยระบบไนโตรเจนเหลวที่เคลื่อนย้ายได้สำหรับการขนส่งสเต็มเซลล์ไปทั่วโลก

Asian mother with newborn baby on a whit

การเก็บเลือดสายสะดือทำได้ง่ายมากหลังจากที่ลูกคุณคลอดโดยปราศจากความเสี่ยง ไม่รบกวนกระบวนการคลอดปกติ (ไม่ว่าจะเป็นการคลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด) ภายในเวลา 5 นาที เลือดสายสะดือจะถูกเก็บหลังจากสูติแพทย์ตัดสายสะดือออกจากตัวทารก ซึ่งการเก็บเลือดจะไม่เกิดความเจ็บปวดใดๆทั้งมารดาและทารก! โอกาสที่คนในครอบครัวเดียวกันจะมีเนื้อเยื่อตรงกันสูงกว่าคนนอกครอบครัว (1 ใน 4 เทียบกับ 1 ใน 50,000) ทำให้คนอื่นในครอบครัวอาจสามารถใช้สเต็มเซลล์ที่เก็บไว้ได้ถ้าในอนาคตมีความจำเป็น (ต้องตรวจความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อเอชแอลเอก่อน) ในอนาคตข้อบ่งชี้ในการใช้สเต็มเซลล์จะมากขึ้น ในปัจจุบัน มากกว่า 100 โรคที่รักษาได้ด้วยสเต็มเซลล์ และแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจสามารถนำไปใช้กับโรคทางหัวใจหรือสมอง (โรคหลอดเลือดสมอง ไขสันหลังบาดเจ็บ) ในอนาคตอันใกล้ ผลการวิจัยทดลองกับโรคพาร์คินสันและอัลไซเมอร์ที่อยู่ระหว่างการศึกษาเป็นที่น่าพอใจ จำนวนครอบครัวทั่วโลกที่เลือกเก็บเลือดอันมีคุณค่าที่เต็มไปด้วยสเต็มเซลล์เพิ่มขึ้นมากและบริการนี้ก็พร้อมสำหรับคุณเช่นกัน

Picture .jpg
Laout 2.png

โรค

ที่รักษา

Logo 12.png

ข้อบ่งชี้

ในการปลูกถ่ายไขกระดูก

โรคระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด

1

ภูมิคุ้มกันบกพร่องทั้งทีและบีเซลล์แบบรุนแรง

2

ภูมิคุ้มกันบกพร่องร่วมกับมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำและมีขนาดเล็ก

3

กลุ่มโรคไขกระดูกทำงานล้มเหลว

4

โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (รุนแรง)

5

โรคโลหิตจางแต่กำเนิดแฟนโคนี

6

โรคโลหิตจางแต่กำเนิดไดมอนด์แบลคแฟน

เมตาบอลิซึมผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

1

โรคเอ็มพีเอส (การคั่งหรือสะสมของ

สารมิวโคโพลีแซคคาริโดซิส)

(เช่น ฮันเตอร์หรือ เฮอร์เลอร์ ซินโดรม)

2

ภาวะเสื่อมของสมองส่วนสีขาว

3

โรคความผิดปกติในการจัดเก็บไกลโคโปรตีน (เช่น ไม่สามารถย่อยน้ำตาลฟิวโคส หรือ น้ำตาลแมนโนส)

4

กลุ่มโรคความผิดปกติการสะสมไขมันในไลโซโซม  (เช่น โรคโกเช่, โรคพอม-เพ หรือ โรคนีแมนน์พิก)

5

โรคกระดูกหิน (กระดูกแข็งที่เปราะและแตก โพรงไขกระดูกไม่เจริญ)

6

กลุ่มโรคกระดูกเปราะแต่กำเนิดเกิดจากความผิดปกติในการสร้างคอลลาเจน

ความผิดปกติในการสร้างฮีโมโกลบิน

1

โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย

2

โรคโลหิตจางแบบซิกเคิลเซลล์ (เม็ดเลือดแดงรูปเคียว)

โรคมะเร็งหรือความผิดปกติของต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูก

1

2

มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลัน

มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดมัยอิลอยด์

3

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กินและนอนฮอดจ์กิน

4

ไมอีโลดิสพลาสติก ซินโดรม (เอ็มดีเอส) ภาวะไขกระดูกผิดปกติก่อนเป็นมะเร็ง

5

โรคที่ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดบางชนิดมากผิดปกติ มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว

6

มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอิโลมา

7

มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดลิมฟอยด์

เนื้องอกมะเร็ง

1

มะเร็งเต้านม

2

มะเร็งรังไข่

3

มะเร็งของเซลล์ไต

4

5

มะเร็งอัณฑะ

มะเร็งปอดชนิดเซลล์ขนาดเล็ก

6

มะเร็งกระดูกอีวิงซาร์โคม่าในเด็ก

7

มะเร็งตับอ่อน

8

9

มะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งสมองชนิดเมดดัลโลบลาสโตมา

มะเร็งในเด็ก

1

2

3

มะเร็งที่ไตในเด็ก

มะเร็งปมประสาทในเด็ก (นิวโรบลาสโตมา)

มะเร็งกระดูกอีวิงซาร์โคม่าในเด็ก

4

เนื้องอกสมองกลิโอมาที่มีความรุนแรง (เช่น มะเร็งสมองชนิด เมดดัลโลบลาสโตมา)

5

เนื้องอกสมอง

อื่นๆ

1

โรคพีเอ็นเอช (การทำลายเม็ดเลือดแดงที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกัน)

2

3

โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อเป็นภายหลัง

โรคปลอกประสาทอักเสบ (เอ็มเอส)

4

โรคเอสแอลอี (โรคแพ้ภูมิตนเองที่เกิดอาการกับหลายอวัยวะพร้อมกัน)

5

โรคแพ้ภูมิตนเอง เช่น เบาหวานชนิดที่ 1

ข้อมูลจาก : Cord principles in cellular therapy AABB Technical manual 20th edition EMBT 2009.

โอกาสใช้ในอนาคตกับโรค

ที่เกิดจากความเสื่อมทางการแพทย์

ภาวะสมองบาดเจ็บ

1

โรคเบาหวาน

2

โรคหัวใจและหลอดเลือด

3

โรคที่เกิดจากความเสื่อมของระบบประสาท

(พาร์กินโซนิซึม และ โรคอัลไซเมอร์)

4

โรคของข้อต่อ

5

6

ไขสันหลังบาดเจ็บ

7

โรคสมองพิการซีพี

8

โรคตับแข็ง

9

การสูญเสียการได้ยิน

10

ยีนบำบัด

การบาดเจ็บทางสมอง

สาเหตุอันดับ 1 และ 2 ของการเสียชีวิตและการบาดเจ็บในเด็กอายุน้อยกว่า 15 ปีในไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลก
child%20girl%20drowning%20in%20pool._edi
การจมน้ำ
Multiple%20car%20crash%20road%20police%2
อุบัติเหตุบนท้องถนน

สิ่งยืนยันผลทางการแพทย์

ณ ชานเมืองของกรุงเทพมหานคร มีเด็กชายตัวน้อยอายุ 3 ขวบ คนหนึ่งอาศัยอยู่ เขาลุกขึ้นจากพรมแล้วเดินไปยังกระดานขาวที่ผนัง เด็กน้อยวาดภาพอย่างเพลิดเพลินด้วยปากกาหมึกสีส้ม ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม “เรา มีความสุขมากค่ะ”  คุณแม่วัย 35 ปี กล่าว “สองถึงสามวันก่อนหน้านี้เราต้องคอยคะยั้นคะยอให้น้องโพลเดิน แต่น้องก็เดินได้ไม่ถึง 10 ก้าว” คุณแม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม

เด็กน้อยในฝัน ขณะสัมภาษณ์อยู่นั้นน้องโพลก็เดินเตาะแตะไปรอบๆ พร้อมกับยิ้มกว้าง เด็กชายตัวน้อยมีความสุขกับการหยิบจับโทรศัพท์ของเล่น เขียนกระดาน และช่วยพี่สาวระบายสีในสมุด ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่า 1 เดือนก่อนหน้านี้ เขาจะไม่สามารถเล่นและเดินไปรอบ ๆ แบบนี้ได้

 

ทั้งๆ ที่เด็กน้อยมีความน่ารักและได้รับการดูแลอย่างดีแล้ว แต่สิ่งที่คุณแม่ก็ยังคงวิตกกังวลคือ ลูกชายไม่สามารถนั่งได้ขณะที่มีอายุ 7 เดือน ซึ่งคุณแม่บอกกับเราว่า “หากถามคุณหมอ คุณหมอก็จะบอกว่า ไม่ต้องกังวล เพราะเด็กบางคนอาจมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กคนอื่นๆ” แต่เมื่อครบ 1 ขวบ แล้วลูกชายก็ยังลุกขึ้นมานั่งไม่ได้ จึงเริ่มเห็นได้ชัดว่าลูกมีความผิดปกติ เธอยังกล่าวต่ออีกว่า “เขาเป็นเด็กที่น่ารักมาก และเราไม่อยากให้ความพิการนี้เป็นปมด้อยกับเขาค่ะ”

ตอนแรกไม่มีใครทราบว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร ซึ่งแพทย์ต้องใช้เวลาถึง 8 เดือนก่อนที่จะสรุปออกมาเป็นคําพูดได้ว่าปัญหาที่พบเกิดจากภาวะสมองพิการซีพี (Cerebral palsy)  สาเหตุที่ทําให้การวินิจฉัยล่าช้า เนื่องมาจากแพทย์ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบกระดูกสันหลัง และกระดูกอื่นๆ รวมถึงทำการทดสอบหลายๆอย่างเพื่อตัดสาเหตุอื่นที่อาจเป็นเหตุให้เด็กเดินไม่ได้ ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นภาวะสมองพิการซีพี (Cerebral palsy) นั้นมีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละราย และไม่สามารถใช้การตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อวินิจฉัยโรคได้

 

อาการทั่วไป ภาวะสมองพิการซีพี (Cerebral palsy)  ความรุนแรงของอาการเกร็งกล้ามเนื้อจากความพิการทางสมองซีพีมีหลายระดับ ผลของภาวะสมองพิการซีพีมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยถึงรุนแรง ซึ่งเด็กบางคนที่เป็นภาวะสมองพิการซีพีจะดูปกติดีทุกอย่าง ยกเว้นแค่บางครั้งที่จะตอบสนองช้ากว่าเด็กปกติ และร้อยละ 20 มักจะมีสภาวะจิตใจผิดปกติ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระดับสติปัญญาปกติ แม้ว่าจะมีความผิดปกติในด้านการควบคุมการแสดงออกและการตอบสนองต่อสิ่งเร้าซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทําให้หลายคนเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้มีระดับสติปัญญาต่ำ แต่ในความเป็นจริงแล้วบางคนก็ฉลาดมาก

ผู้อํานวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัท ไทย สเตมไลฟ์ จํากัด ดร. Konstantinos Papadopoulos หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ดร. คอสตาส อธิบายว่า “ภาวะสมองพิการซีพี เป็นภาวะที่ทำให้สมองไม่สามารถเจริญเติบโตจนสมบูรณ์ตั้งแต่ก่อนหรือหลังจากการคลอด โดยจะพบได้บ่อยขึ้นหากมีปัญหาระหว่างการคลอด และหลายคนเชื่อว่าปัญหาการขาดออกซิเจนและการติดเชื้อก็เป็นปัจจัยหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็มีผู้ป่วยอีกหลายรายที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ภาวะสมองพิการซีพีจะทําให้ทักษะทางการเคลื่อนไหวผิดปกติ มีอาการเกร็งกล้ามเนื้อ เป็นอัมพาตหรือชัก ซึ่งโรคนี้พบได้บ่อยกว่าที่คิด เพราะสามารถ พบได้ถึง 1 ใน 500 รายของเด็กทารก และในเด็กที่คลอดก่อนกําหนดจะพบได้มากถึง 1 ใน 3 นอกจากนี้ยัง พบว่าร้อยละ 20 ของเด็กที่เป็นภาวะสมองพิการซีพีมีปัญหาทางจิตใจและมักเกิดกับทารกที่คลอดก่อน

กําหนดมาก”  ในกรณีของน้องโพลซึ่งดูคล้ายกับเด็กอายุ 3 ขวบคนอื่น ๆ เว้นแต่เพียงว่าเขามีกล้ามเนื้อขาอ่อนแรง ซึ่งสภาวะนี้เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อส่วนขาทั้ง 2 ข้าง โดยแพทย์กล่าวว่าอาการเช่นนี้ไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ และความหวังเดียวคือการทำกายภาพบําบัด เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อฝ่อ จากคําแนะนํานี้ทําให้น้องโพลได้รับการทํากายภาพบําบัดที่โรงพยาบาลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และให้ฝึกเดินเองที่บ้านทุกวัน

การลงทุนเพื่ออนาคต เพื่อเตรียมตัวรับมือกับปัญหา คุณแม่และคุณพ่อจึงปรึกษาหารือกับแพทย์ รวมถึงหาข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสมองพิการซีพีทางอินเตอร์เน็ตเพื่อหาสิ่งที่อาจช่วยลูกชายของพวกเขาให้ดีขึ้น ทั้งคู่ค้นหาข้อมูลจนมาพบกับเทคนิคใหม่ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีกับเด็กชายรายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเด็กคนนั้นมีอาการใกล้เคียงกับน้องโพลบุตรชายของตน สิ่งที่ทั้งคุณแม่และคุณพ่อทราบมีเพียงแค่ว่าหลังจากผ่าน ไป 18 สัปดาห์เด็กชายคนนั้นก็เริ่มเดิน ว่ายน้ำ และพยายามที่จะวิ่งและอีกอย่างที่ทราบคือ ผู้ปกครองของเด็กรายนั้นได้เก็บเลือดสายสะดือของตัวเด็กขณะคลอด

คุณพ่อของน้องโพล บอกว่า “เราโชคดีครับ ที่เก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือตอนคลอดน้องโพล ...พี่สาวผมเป็นคนแนะนําให้ทําครับ พี่สาวเขาเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือของลูกชายก่อน เลยแนะนําให้ ครอบครัวผมทําเหมือนกัน” “ตอนแรกเราก็ไม่ทราบว่าจะมีประโยชน์อย่างไรนะคะ แต่พอเทียบการเก็บรักษาเลือดไว้ตลอดชีวิตกับราคา 100,000 บาท ก็ถือว่าคุ้มค่าค่ะ คือเราคิดว่ามันอาจจะมีประโยชน์ในอนาคต กรณีที่เกิดอะไรขึ้นกับลูก และที่สําคัญดิฉันไม่รู้ด้วยค่ะว่า ดิฉันจําเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์นั้นรักษาลูกไม่ถึง 3 ปีหลังคลอด” คุณสุมาลีกล่าวเสริม

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลา 10 วัน เพราะว่าน้องโพล จําเป็นต้องฉีดยาบางอย่างก่อน แต่การรักษาจริง ๆ ใช้เวลาเพียง 10 นาที เท่านั้น ซึ่งเป็นการให้สเต็มเซลล์จากรกและสายสะคือปริมาตร 30 มิลลิลิตร (ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เข้าสู่เส้นเลือดดําของน้องโพล “หลังจากเอาปลายเข็มฉีดยาคาไว้ที่เส้นเลือดแล้ว น้องโพลก็ดูทีวีและหัวเราะกับการ์ตูน คุณหมอของน้องให้อยู่ห้องไอซียูต่อเพื่อดูอาการอีกหนึ่งวันค่ะ น้องมีอาการคันบ้างตอนกลางคืนแต่พอเช้าก็หายเป็นปกติดีนะคะ” คุณสุมาลี กล่าวต่อ


“สเต็มเซลล์จากรกและสายสะดือเริ่มมีการใช้ในสหรัฐอเมริกาก่อนที่จะแพร่หลายในยุโรปและเอเชีย ซึ่งปัจจุบันการรักษาด้วยวิธีนี้ยังอยู่ขั้นการทดสอบในมนุษย์และยังไม่มีรายงานที่เขียนถึงผลของการรักษาดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามเด็กๆ ที่ได้รับการรักษาด้วยสเต็มเซลล์จากรกและสายสะดือของตัวเอง กลับพบว่าสามารถยืนบนเท้าตัวเองได้เร็วกว่าการรักษาด้วยวิธีกายภาพบําบัดตามปกติ ซึ่งบางครั้งต้องใช้เวลานาน 8 ถึง 9 ปี ก่อนที่จะเห็น ความเปลี่ยนแปลงชัดเจน” ดร. Kostas กล่าว

เดินต่อไป! “ผลที่เราเห็นหลังจากการรักษาเพียง 1 สัปดาห์ เป็นสิ่งที่ให้กําลังใจเรามากๆ ค่ะ” คุณแม่น้องโพลกล่าว “น้องโพลเคยไม่ชอบและเฉยเมยต่อการเดิน แต่หลังจากการรักษา เขาดูตื่นตัวและสนใจในสิ่งรอบตัว ตอนนี้เขาพูดชัดแล้วด้วยค่ะ”
 

คุณแม่กําลังใช้แขนเพียงข้างเดียวประคองลูกให้ยืน พร้อมกับชี้ไปยังเท้าทั้งสองข้างของลูก “ดูสิคะเท้าทั้งสองข้างทํามุมเหมือนเท้าปกติแล้ว ตอนนี้ไม่จําเป็นต้องใช้รองเท้าช่วยเดินอีกต่อไปแล้วค่ะ ก่อนหน้านี้ขาซ้ายเขาเคยมีปัญหาแต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว และถึงแม้ว่าขาทั้งสองข้างของน้องอาจจะยังไม่แข็งแรงดีแต่เราก็ดีใจ และจะดีใจมากๆ ถ้าลูกดีขึ้นจนสามารถเดินด้วยตัวเองและไปโรงเรียนได้เหมือนกับเด็กคนอื่นค่ะ

ดร. Kostas กล่าวย้ำเพื่อให้คุณสุมาลีมั่นใจว่า “ผมทราบว่าน้องโพลอาจไม่หายดี 100% แต่ผมหวังว่ามันจะเพียงพอที่จะช่วยให้เขาใช้ชีวิตแบบคนปกติได้”